ถือเป็นความโชคดี(อีกครั้ง)

เป็นอีกครั้งที่ใช้ช่วงเวลาของการรอคอยอยู่ในร้านหนังสือ.. และถือเป็นอีกครั้งที่โชคเข้าข้าง ทำให้ได้พาหนังสือดีดีกลับมาที่บ้านอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นหนังสือเล่มใหญ่กว่าปกติ สีเหลืองไร้ลวดลาย หน้าปกเรียบง่าย มีเพียงตัวอักษรตัวใหญ่ที่อ่านได้ว่า.. คิ ด ส ว น ท า ง

คิดยังไงถึงได้เรียกว่าสวนทาง(กับชาวบ้านเค้า) 555 นั่นคือแวบแรกที่อยากรู้
แต่ก็แปลกที่ไม่คิดจะลองเปิดเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างใน ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะข้อความข้อความเดียวที่อยู่บนปกหลังหนังสือ “ประเทศไทยต้องไม่เหมือนเดิม” โดนใจเต็มๆ

พอได้เปิดอ่านก็เจอเรื่องราวดีดีที่ผู้เขียนเล่าแนวความคิดและประสบการณ์ของตัวเค้าเองผ่านตัวหนังสือ เป็นเรื่องราวที่กระตุกความคิดของผู้อ่าน(อย่างฉัน) ได้อย่างน่าทึ่ง จนอดใจไม่ไหว คิด ณ ตอนนั้นเลยว่า.. อยากแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนอื่นได้อ่านบ้างจัง
หลักธรรมชาติ

ตั้งแต่เริ่มทำงาน ผมมีหลักการในการทำงานที่คิดสวนทางกับชาวบ้าน หลักการของผมมีอยู่ 3 ข้อ
1. วิธีเลือกการเลือกที่ทำงาน ผมเลือกที่ที่ให้ผมมีโอกาสแสดงฝีมือ เป็นที่ที่ผมสามารถเปล่งแสงได้เต็มที่ ประการที่สองเลือกที่ทำงานที่ผมมีโอกาสในการเรียนรู้ การเรียนรู้มาจากเจ้านายที่เก่ง หรือองค์กรนั้นมีองค์ความรู้พิเศษอย่างหนึ่งที่พวกเขามีและคนอื่นไม่มี ส่วนเรื่องเงินเดือนป็นตัวประกอบ ไม่ใช่เป็นตัวเอก
และด้วยความเป็นแกะดำ ผมรักที่จะไปอยู่องค์กรเล็กๆ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัว ผมชอบไปอยู่ที่อย่างนี้ เพราะงานมันท้าทายดี ผมชอบงานเข็นครกขึ้นภูเขา เพราะความท้าทายคือโอกาสในการพิสูจน์ฝีมือของผมว่ามีดีจริงหรือไม่ ถ้าไปอยู่องค์กรใหญ่ ทุกอย่างมันลงตัวหมดแล้ว มันเป็นการขับเคลื่อนด้วยระบบมากกว่าความสามารถส่วนตัว

ในยี่สิบกว่าปีแรก ผมตักตวงโอกาสในการเรียนรู้ และปีนภูเขามาหลายลูก เงินเดือนก็เพียงแต่ไม่ให้น่าเกลียด สุดท้ายสิ่งที่ผมได้คือ Wealth of knowledge ที่มีมูลค่ามหาศาล มันดียิ่งกว่าเงินเดือนเสียอีก
นี่เป็นข้อแนะนำเลยครับ มีลูกมีหลานให้พวกเขาเลือกทำงานลำบาก งานท้าทายที่คนไม่ชอบทำ นั่นคือมหาวิทยาลัยของชีวิตจริง
อย่าเลือกงานเพียงเพราะต้องการได้เงินเดือนสูงๆ
อย่าเลือกที่ทำงานเพราะบริษัทนั้นๆมีชื่อเสียง
อย่าเลือกงานเพียงเพราะต้องการความมั่นคงในชีวิต
เมื่อคุณปีนข้ามภูเขาสำเร็จ ค่าตัวคุณจะมีมูลค่ามหาศาล คราวนี้ Spotlight ของวงการจะส่องมาที่คุณ แล้วเงินทองจะไหลมาเทมา แบบที่คุณเก็บไม่ทัน

2.ตอนที่ผมเป็นพนักงานระดับล่าง ผมมักจะมีความพิศวงงงงวยกับวิธีการมอบหมายงานของพวกลูกพี่ทั้งหลาย งานที่ผมได้รับมอบหมายจะเป็นในลักษณะนี้
ให้ผมเดินจากบ้านออกไปที่หน้าปากซอย แล้วเดินเข้าไปที่ร้าน 7-11 เดินไปที่ชั้นวางของแถวที่สาม แล้วหยิบสินค้ายี่ห้อ X พอซื้อได้แล้ว ขากลับให้ผมขี่จักรยานกลับมาที่บ้าน

ที่ผมเล่ามาคือการเปรียบเปรย
นี่เป็นตัวอย่างของลูกพี่ที่ตีกรอบความคิดของลูกน้อง
การเป็นลูกพี่ที่มีคุณภาพคือ กำหนดเฉพาะเป้าหมายว่าต้องการอะไร แล้วให้ทีมงานมีอิสระในการทำงาน
ถ้าเป้าหมายคือสินค้ายี่ห้อ X ทีมงานจะใช้วิธีเดิน ขี่จักรยานหรือขับรถไป จะไปซื้อที่ร้าน 7-11 หรือร้านไหน ก็ต้องแล้วแต่เขา ไม่ต้องสั่งงานแบบกำหนดวิธีการทำงานลงไปด้วย เพราะคนทำงานคือตัวลูกน้องไม่ใช่ลูกพี่
มอบเป้าหมาย ให้อิสระ แล้ววัดกันที่ผลลัพธ์

นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะพัฒนาความสามารถในการทำงานของทีมงาน
จะทำอย่างนี้ได้ ลูกน้องกับลูกพี่ต้องเป็นมนุษย์พันธุ์เดียวกัน ในช่วงหลังของชีวิตผม ผมถึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกทีมงาน เลือกคนที่ใช่ แล้วให้อิสระเขาเต็มที่ ด้วยวิธีการทำงานแบบแกะดำทำให้การทำงานเหมือนกับไม่ได้ทำงาน เพราะคนทำงานมีความสุขกับสิ่งที่ทำ

3. ในช่วงทุกปลายปีตอนผมยังเป็นมนุษย์เงินเดือนผมจะมีความอึดอัด เพราะเป็นช่วงประเมินผลงาน
และผมยังจำได้ถึงทุกวันนี้ว่าการประเมินผลงานมีรูปแบบเป็นอย่างไร
ลูกพี่จะเริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องว่า ผมมีจุดแข็งในเรื่องงานอย่างไร พอปูพื้นมาได้ที่แล้ว
ลูกพี่จะเข้าเรื่องว่าอะไรคือมุมมืดของผม อะไรเป็นจุดอ่อนที่ผมต้องปรับปรุง
ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้
นี่เป็นการประเมินผลงานโดยใช้ Standard template ว่าพนักงานต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ถ้าทำอย่างนี้ พนักงานทุกคนจะมีคุณสมบัติเหมือนกันหมด

ตอนที่ผมได้ฟังความเห็นของตัวลูกพี่ ผมจะนึกอยู่ในใจว่า พวกลูกพี่นี่ไม่ค่อยยุติธรรมเลย
ถ้าคุณได้จุดแข็งของผมไป คุณต้องยินดีรับจุดอ่อนของผมด้วย

ที่มา: คิดสวนทาง
โดย: ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์

หวังว่า.. เรื่องราวนี้จะถูกใจผู้ที่บังเอิญผ่านมาอ่าน ทุกท่านนะคะ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: